กระดานข่าว

อาสาซ่อมพระพุทธรูป รุ่นที่ 5

อาสาซ่อมพระพุทธรูป รุ่นที่ 5



โครงการ ‘พระซ่อมพระ’ บูรณะพระพุทธรูปชำรุดบทความโดย ยุทธศักดิ์ สุขเจริญ
ท่ามกลางความชุ่มฉ่ำของสายฝนในเดือนกันยายน 2555 มีพระภิกษุรูปหนึ่งที่มุ่งมั่นทำในสิ่งที่เชื่ออย่างไม่ย่อท้อมาตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ไม่ว่าจะมีอุปสรรคภายนอกอย่างดินฟ้าอากาศและความไม่เข้าใจจากคนรอบข้าง หรืออุปสรรคภายในที่ต้องอาศัยทั้งความมุมานะพยายาม

แต่อุปสรรคต่างๆ เหล่านี้ ไม่อาจทำลายความปณิธานอันมุ่งมั่นที่จะจรรโลงและสืบทอดพระ พุทธศาสนาของท่านลงไปได้

‘พระใบฎีกาวิชญ์จุฑา อินทวังโส’ แห่งศูนย์การศึกษาและปฏิบัติธรรม หมู่ 3 บ้านทุ่งนานางหรอก หลังศูนย์ฝึกเขาชนไก่ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์มาเกือบ 5 พรรษา ปัจจุบันอายุ 48 ปี ด้วยปณิธานอันมุ่งมั่นที่จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ประกอบกับความรู้ความสนใจในเชิงช่างที่มีอยู่เป็นทุนเดิม

จึงได้ริเริ่ม ‘โครงการบูรณะพระพุทธรูปชำรุดทั่วประเทศ’

พระใบฎีกาวิชญ์จุฑา เริ่มบูรณะพระพุทธรูปด้วยความพิถีพิถัน จนถึงดึกดื่นเที่ยงคืนหรือบางครั้งทำงานจนถึงรุ่งสาง การบรรจงปาดเกรียงลงบนพระพักตร์ของพระพุทธรูป ถือเป็นการฝึกสมาธิอีกวิธีหนึ่ง แตกต่างจากพระเถระทั่วไปที่ใช้วิธีฝึกเจริญสมาธิ ด้วยการภาวนาหรือเดินจงกรม แต่การซ่อมแซมบูรณะพระพุทธรูปถือเป็นการเจริญภาวนาที่ต้องใช้สมาธิไม่ต่างกัน

พระใบฎีกาวิชญ์จุฑาบอกเล่าว่า “ในช่วงปี 2544 สมัยยังเป็นฆราวาส เคยสังเกตเห็นพระพุทธรูป, พระบูชาแต่ละองค์ที่ชำรุดเสียหาย คอหัก แขนหัก ชาวบ้านมักจะนำมาทิ้งไว้ที่หลังวัด ถูกปล่อยปละละเลยอย่างไร้คุณค่า ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยมีชาวบ้านกราบไหว้ด้วยความเคารพเลื่อมใส ดังนั้น จึงได้นำมาเลือกแล้วค่อยซ่อมแซม เสร็จแล้วนำไปคืนให้ผู้ที่มาทำบุญนำกลับไปบูชา”

หลังอุปสมบท ครั้งหนึ่งได้เดินทางไปที่ศูนย์การศึกษาและปฏิบัติธรรม ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้พบพระพุทธรูปปูนปั้นหลายองค์ชำรุด จึงซ่อมแซม จำนวน 130 องค์ ก่อนนำไปประดิษฐานรอบเจดีย์ตามเดิมและยังซ่อมพระพุทธรูปในวัดใกล้เคียงอีก 100 กว่าองค์

จากนั้น นายอชิตพล นาคนาคิน ได้นิมนต์ให้ย้ายที่ซ่อมพระมาที่สำนักสงฆ์ร่มโพธิ์ธรรม 145/2 หมู่ที่ 3 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงได้รวบรวมพระพุทธรูปที่ชำรุดเป็นชิ้นส่วนตามวัดต่างๆ นำมาปั้นเป็นพระพุทธรูปองค์ใหม่ แล้วแจกจ่ายไปยังวัด โรงเรียน เรือนจำ โรงพยาบาล ที่ทำเรื่องแจ้งความประสงค์ขอมา

พระใบฎีกาวิชญ์จุฑา อินทวังโส

เมื่อปี พ.ศ.2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำให้มีพระพุทธรูปตามวัดจมน้ำเป็นจำนวนมาก เกิดสภาพชำรุดแตกหัก จึงได้ซ่อมแซมแล้วก็คืนกลับวัดไป

พระใบฎีกาวิชญ์จุฑากล่าวว่า “การวางตัวในฐานะพระภิกษุที่หันมาซ่อมพระพุทธรูปนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทางวัตถุ คือ ได้พระพุทธรูปกลับคืนไปสู่วัดเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการซ่อมศรัทธาของญาติโยมที่มีต่อพระสงฆ์ในปัจจุบันอีกด้วย ภาพชาวบ้านมาช่วยกันลงแรงซ่อมแซม พระพุทธรูปองค์ขนาดกว่า 7 เมตร ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ คงไม่ใช่ภาพที่ได้เห็นกันบ่อย นั่นคือความร่วมกันระหว่างคน บ้าน และวัด อันเป็นฐานรากของสังคมไทยที่ถูกละเลยมาเนิ่นนาน”

ปัจจุบัน พระใบฎีกาวิชญ์จุฑา ได้ซ่อมพระพุทธรูปมาแล้วกว่า 5,300 องค์ โดยไม่มีการเรียกร้องค่าใช้จ่ายจากวัด แต่อาศัยบอกบุญหาเจ้าภาพ เพื่อเดินทางไปซ่อมพระรวมทั้งได้ตั้งปณิธานไว้ว่า “จะขอซ่อมพระทุกที่ไม่ว่าจะใกล้ไกลแค่ไหน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย”

หากพระพุทธรูปองค์นั้นขึ้นทะเบียนไว้ก็จะไม่ซ่อม ถือว่ามีหน่วยงานราชการดูแลอยู่แล้ว

ขณะนี้ ยังมีพระ พุทธรูปที่รอซ่อมเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีหน่วยงานใดให้การสนับสนุน จึงจำเป็นที่จะต้องตั้งกองทุนหลวงพ่อวิชญ์ พระซ่อมพระ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงานได้อย่างต่อเนื่องและได้ตั้งกองทุนและทอดผ้าป่า ซึ่งไม่มีการออกเรี่ยไรทั้งสิ้น

“ตราบใดที่ยังมีพระพุทธรูปชำรุดให้ซ่อม ก็ขอซ่อมพระพุทธรูปที่ชำรุดไปจนกว่าพระพุทธรูปองค์สุดท้ายในโลกได้รับการซ่อมบำรุงแล้วก็ถือว่าภารกิจได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์” พระใบฎีกาวิชญ์จุฑากล่าว

รายละเอียดกิจกรรม
9 พย 62
-6.30 ออกเดินทางจากปั้ม ปตท สนามเป้า
10.00ถึงจังหวัดกาญนบุรี และ ทานอาหารเช้า
เข้าไปที่สำนักสงฆ์ร่มโพธิ์ธรรม พบพระอาจารวิทย์ ผู้ดูแลโรงพยาบาลรักษาองค์พระปฏิมา
11.00เริ่มซ่อมพระ
-12.30 ทานอาหารเที่ยงที่เราเตรียมไว้ให้
-13.00 เริ่มทำต่อ
-15.30 เสร็จกิจกรรม ล้างมือ
-19.30 ถึง กทม โดยสวัสดิภาพ
*** กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ***

** อาสา นำถุงมือ และ ผ้าปิดปากมาด้วย **

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook Fanpage : ONE FINE DAY